“กิจการขนาดเล็ก/เริ่มต้น” สามารถระดมทุนได้ 3 รูปแบบ เปิดโอกาสเติบโตทางธุรกิจ
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แหละตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์การระดมทุนสำหรับกิจการขนาดเล็ก หรือเริ่มต้น (SME/Startup) หลังจากที่ผ่านมามีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาจทำให้เสียโอกาสในการเติบโตในทางธุรกิจ และเพื่อให้กิจการของคนตัวเล็กเข้าถึงตลาดทุนโดยสามารถระดมทุนผ่าน เครื่องมือต่าง ๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของกิจการได้
ระดมทุนรูปแบบ SME-PP
SME/Startup ที่เป็นบริษัทจำกัดและมีขนาดเล็กหรือกิจการที่เพิ่งเริ่มต้นประกอบธุรกิจ การระดมทุนจากบุคคลเพียงไม่กี่รายในวงแคบด้วยต้นทุนที่ต่ำเป็นช่องทางการระดมทุนที่สำคัญและตอบโจทย์กับกิจการกลุ่มนี้ก.ล.ต. ได้ออกหลักเกณฑ์รองรับการระดมทุนให้ SME/Startup ที่เป็นบริษัทจำกัด สามารถเสนอขายหลักทรัพย์ต่อผู้ลงทุนในวงจำกัด (SME-PP) ได้ โดยกิจการสามารถเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้แปลงสภาพ ให้แก่ผู้ลงทุนรวมถึงพนักงานได้โดยตรงโดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อ ก.ล.ต.
เพียงมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุนและนำส่งเอกสารให้กับ ก.ล.ต. ตามที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ระดมทุนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือจูงใจให้บุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้
ระดมทุนรูปแบบ Crowdfunding
ในกรณี SME/Startup ต้องการระดมทุนจากบุคคลจำนวนมาก (แบบคนละเล็กละน้อย) สามารถเลือกระดม ทุนในรูปแบบ Crowdfunding ได้ เนื่องจากเปิดให้ SME/Startup ทั้งที่เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน สามารถระดมทุนโดยเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนหมู่มากผ่านผู้ให้บริการตัวกลางที่ ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ได้
โดยจนถึงปัจจุบันมีกิจการที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนโดยการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อผู้ลงทุน ในวงจำกัดและระดมทุนในรูปแบบ Crowdfunding แล้ว 187 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวมกว่า 2,580 ล้านบาท
ทั้งนี้การลงทุนในกิจการ SME/Startup ธุรกิจอาจยังอยู่ในช่วงตั้งต้นนั้น มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และยังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์จากการที่ไม่มีตลาดรองสำหรับซื้อขาย โดยเฉพาะกรณีหลักทรัพย์ประเภทหุ้นที่ผู้ลงทุนอาจต้องถือลงทุนในระยะยาว ก.ล.ต. จึงกำหนดกรอบการเสนอขายสำหรับการระดมทุน 2 รูปแบบนี้ ให้อยู่ในวงที่จำกัดเฉพาะผู้ลงทุนที่มีความเข้าใจในธุรกิจของกิจการ หรือมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนและรับความเสี่ยงจากการลงทุนในลักษณะนี้ได้
ระดมทุนรูปแบบ SME-PO และซื้อขายได้ในตลาดรอง
กิจการ SME/Startup ที่เป็นบริษัทมหาชน สามารถระดมทุนในวงกว้างโดยเสนอขายหุ้นให้กับผู้ลงทุนที่มีความรู้และประสบการณ์การลงทุนรวมถึงมีสินทรัพย์สูงในระดับที่สามารถรับความเสี่ยงได้ เช่น ผู้ลงทุนสถาบัน private equity venture capital angel investor รวมถึงผู้ลงทุนรายบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถในการรับความเสี่ยงได้
โดยสามารถนำหุ้นดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ซึ่งเป็นตลาดรองแห่งใหม่ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับการซื้อขายหุ้น SME/Startup ซึ่งจะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนที่สามารถซื้อขายในตลาดรองไว้เช่นเดียวกับการเสนอขายในตลาดแรก
สำหรับการกำกับดูแลกิจการ SME/Startup ที่ระดมทุนในรูปแบบ SME-PO และเข้าจดทะเบียนใน LiVEx นั้น ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดภาระและต้นทุนกับ SME/Startup มากเกินไป เช่น ไม่กำหนดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินและไม่ต้องยื่นคำขออนุญาต ต่อ ก.ล.ต. ในการเสนอขายหุ้น และคุณสมบัติของกิจการที่จะเข้าจดทะเบียนรวมถึงหน้าที่ภายหลังการเสนอ ขายผ่อนปรนมากกว่าการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยยังคงมีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนตามกฎหมาย ทั้งตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ทั้งนี้ SME/Startup ที่สนใจสามารถยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อเสนอขายหุ้นตามหลักเกณฑ์ SME-PO และเข้าจดทะเบียนใน LiVEx ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2565 โดยปัจจุบันมีจำนวน 1 บริษัทที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเข้ามาเรียบร้อยแล้ว และมีอีกหลายบริษัทที่แสดงความสนใจและอยู่ระหว่างการ เตรียมตัวที่จะระดมทุนผ่านช่องทางนี้เพิ่มเติมในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB